- นักร้องนักแต่งเพลง คิมพิล (Kim Feel) กลับมาอีกครั้งในรอบประมาณ 7 ปี พร้อมกับอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 [JOURNEY]
หากอัลบั้มเต็มชุดแรก [yours, sincerely] คือช่วงเวลาแห่งการส่งมอบคำปลอบโยนอันแรงกล้าให้แก่โลกใบนี้ อัลบั้มเต็มชุดที่ 2 [JOURNEY] ในครั้งนี้ เริ่มต้นจากกระบวนการเผชิญหน้าและทำความเข้าใจตนเองหลังจากผ่านพ้นเวลา 7 ปี แม้ในระหว่างนั้นจะยังมีช่วงเวลาที่แปลกแยกและสับสนอยู่บ้าง แต่เขาตัดสินใจที่จะยอมรับตัวตนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างเต็มที่ แทนที่จะวิ่งตามคำตอบที่ถูกกำหนดไว้ เขาได้ถ่ายทอดลมหายใจของคิมพิลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านทั้ง 9 บทเพลงอย่างเป็นระบบ โดยส่งผ่านอุณหภูมิที่มีพลังชีวิตอันยาวนาน เปรียบเสมือนดนตรีที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจอย่างไม่เปลี่ยนแปลงท่ามกลางกระแสแฟชั่นที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว และทำให้หวนนึกถึงความตั้งใจแรกเริ่ม
สิ่งที่เติมเต็มความคิดของเขาระหว่างการทำงาน คือความกังวลเกี่ยวกับดนตรี ชีวิต และความสัมพันธ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ท่ามกลางระยะห่างและความสูญเสียที่ไม่ได้คาดคิดระหว่างบุคคล เขาได้พิจารณาตนเองอย่างช้าๆ จนในที่สุดก็สามารถค้นพบจุดศูนย์กลางของจิตใจได้ ช่วงเวลาแห่งการต่อสู้เพื่อยอมรับและรับรู้ตัวตนตามความเป็นจริง แทนที่จะฝืนปกปิดบาดแผล ได้กลายเป็นโครงสร้างที่แข็งแกร่งของผลงานชิ้นนี้
เรื่องราวทั้งเก้าบทดำเนินไปอย่างชัดเจนตามแกนเวลาของอารมณ์ เริ่มต้นด้วยเพลง ‘5am’ ที่เปิดประตูสู่การเดินทางด้วยการเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและความคิดฟุ้งซ่านในยามรุ่งสางที่เสียงรบกวนทุกอย่างเงียบลง ตามด้วย ‘a sign’ ที่บรรจุไว้ด้วยคำอธิษฐานและความรู้สึกไร้พลังที่โหยหาป้ายบอกทางท่ามกลางหมอกหนา และ ‘Mirror’ ที่วาดภาพการหลงทางภายในจิตใจ โดยการระบายความกระหายภายในผ่านซาวด์ที่ทันสมัยและมีจังหวะ พร้อมกับบอกว่าหากเป็นกระจกที่ไม่อาจทำลายได้ ก็ขอเลือกที่จะลบมันทิ้งเสียดีกว่า จากนั้นผ่านเพลง ‘척’ (Pretend) ที่ตั้งคำถามอย่างเฉียบคมต่อสายตาและการเสแสร้งของโลก พร้อมระเบิดความปรารถนาที่ซื่อสัตย์ออกมาด้วยพลังที่พลุ่งพล่าน จนนำไปสู่เพลงหลักของอัลบั้ม ‘Life Is Life’ ซึ่งเพลง ‘Life Is Life’ ร้องถึงการเดินทางที่แข็งแกร่ง ไม่หยุดยั้ง และไม่ถูกกักขังอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ ด้วยมุมมองที่ซื่อสัตย์และมีอารมณ์ขันว่า ‘ชีวิตก็คือชีวิต’ ท่ามกลางความสับสนของชีวิตที่ไม่มีคำตอบตายตัว
พายุภายในจิตใจเหล่านี้ค่อยๆ ขยายตัวไปสู่พลังที่สว่างไสวและมั่นคงยิ่งขึ้น ผ่านเพลง ‘Circle’ ซึ่งเป็นความรู้สึกปลดปล่อยอันรุ่งโรจน์ที่ก้าวข้ามวงจรที่ซ้ำซากในวัฏจักรของชีวิตเพื่อยอมรับตัวตนที่สมบูรณ์ และเพลง ‘자유롭고 싶어’ (I Want to be Free) ที่เผชิญกับอิสระที่แท้จริงพร้อมลดทอนน้ำหนักในใจลงบนท่วงทำนองโฟล์คที่อบอุ่นและละเมียดละไม ต่อด้วยเพลง ‘사라져 가’ (Fade Away) (Feat. Park Ji-yoon) ที่โอบกอดกลิ่นอายของชั่วขณะอันเจิดจรัสยามตกหลุมรักด้วยการประสานเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินทั้งสอง และปิดท้ายอย่างอบอุ่นด้วยเพลง ‘Old Friends’ ที่ส่งมอบความอบอุ่นอันอ่อนโยนให้แก่เพื่อนร่วมงานและแฟนคลับที่อยู่เคียงข้างมาอย่างยาวนาน หลังจากผ่านพ้นการเดินทางของการรำพึงรำพันอันยาวนาน ในที่สุดช่วงเวลาที่ต้องอดทนเพียงลำพังก็ถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่นที่ได้แบ่งปันร่วมกัน
หวังว่าเรื่องราวเหล่านี้ที่บรรจุการเดินทางของอารมณ์ที่ได้เผชิญมาในช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่างซื่อสัตย์ จะได้พำนักอยู่อย่างเงียบๆ เคียงข้างทุกคนที่กำลังอดทนต่อสู้กับวันนี้บนเส้นทางของตนเองอย่างมุ่งมั่น