ENHYPEN ปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 4 ‘DARK BLOOD’! ชะตากรรมที่เชื่อมโยงกันด้วย ‘เลือด (BLOOD)’... จุดเริ่มต้นของซีรีส์ ‘BLOOD’ ที่บรรจุความเชื่อมโยงและความล้ำค่าของเรา! ‘DARK BLOOD’... ดาร์กแฟนตาซีของเด็กหนุ่มทั้งเจ็ดที่พร้อมเสียสละเพื่อตัวตนอันล้ำค่า! เพลงโปรโมท ‘Bite Me’ “หลักฐานว่าเธอเป็นของฉัน”... การตระหนักรู้ของเด็กหนุ่มที่ได้กลับมาพบกับคู่แท้แห่งโชคชะตา!
ENHYPEN (จองวอน, ฮีซึง, เจย์, เจค, ซองฮุน, ซอนอู, นิกิ) จะปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 4 ‘DARK BLOOD’ ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ENHYPEN เติบโตมาพร้อมกับเรื่องราวในอัลบั้มที่ได้รับการสนับสนุนจากคนรุ่นเดียวกัน เริ่มตั้งแต่ซีรีส์ ‘BORDER’ ที่บอกเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่, ซีรีส์ ‘DIMENSION’ ที่เผชิญกับโลกที่ซับซ้อนและย้อนแย้ง, ไปจนถึง ‘MANIFESTO’ ที่ตระหนักถึงพันธกิจและออกเดินทางนำทางให้แก่คนรุ่นเดียวกันที่จะเชื่อมต่อกันในอนาคต
ENHYPEN บันทึกยอดขายสะสมได้ 1.13 ล้านชุดในชาร์ตอัลบั้มรายเดือนของ Gaon (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2021) จากอัลบั้มเต็มชุดแรก ‘DIMENSION : DILEMMA’ ที่ปล่อยเมื่อเดือนตุลาคม 2021 หลังจากนั้น ในมินิอัลบั้มชุดที่ 3 ‘MANIFESTO : DAY 1’ ที่ปล่อยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2022 สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 1.13 ล้านชุด (ยอดขายสัปดาห์แรก 1.24 ล้านชุด) ภายในวันที่ 2 ของการวางจำหน่ายตามมาตรฐาน Hanteo Chart ทำให้กลายเป็นกลุ่ม K-pop กลุ่มแรกที่ส่งอัลบั้มสองชุดขึ้นสู่ระดับ ‘Million Seller’ ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดหลังเดบิวต์
ในปี 2022 ENHYPEN ได้เริ่มต้นเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกกับ ‘ENHYPEN WORLD TOUR’ โดยได้พบกับ ENGENE ทั่วโลกผ่านการแสดงทั้งหมด 22 รอบ ใน 12 เมือง โดยเฉพาะการแสดงเพิ่มเติมในญี่ปุ่นที่ Kyocera Dome Osaka ซึ่งบัตรเข้าชมทั้ง 2 รอบ จำนวน 80,000 ที่นั่งถูกขายหมดเกลี้ยง และสร้างหลักไมล์สำคัญในการเข้าสู่โดมในระยะเวลาที่สั้นที่สุดในบรรดากลุ่ม K-pop เจน 4
พวกเขาที่สร้างฐานแฟนคลับทั่วโลกอย่างแข็งแกร่งภายในเวลาเพียง 2 ปีหลังเดบิวต์ ด้วยเรื่องราวในอัลบั้มที่บรรจุข้อความตัวแทนคนรุ่นเดียวกันและผลงานที่น่าทึ่ง กำลังจะเปิดเรื่องราวบทใหม่ด้วย ‘DARK BLOOD’... คู่แท้แห่งโชคชะตาที่ได้กลับมาพบกับเด็กหนุ่มที่กำลังวิ่งไปข้างหน้า... ความปรารถนาอันแรงกล้าที่มีต่อเธอผู้ล้ำค่า
การเผชิญหน้ากับ ENGENE เป็นครั้งแรกหลังยุคเอนเดมิก... ถ่ายทอดความล้ำค่าและความขอบคุณผ่านบทเพลงในรูปแบบแฟนตาซี
ENHYPEN ซึ่งเดบิวต์ในช่วงแพนเดมิกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 เริ่มกลับมาเผชิญหน้ากับ ENGENE โดยตรงเมื่อเข้าสู่ยุคเอนเดมิก (โรคระบาดกลายเป็นโรคประจำถิ่น) ของโควิด-19 แม้ ENHYPEN จะคิดว่าพวกเขาและ ENGENE มีความผูกพันกันผ่านการสื่อสารทางออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา แต่เมื่อได้เห็นการสนับสนุนของแฟนๆ ด้วยตาตัวเอง พวกเขาก็เกิดความรู้สึกร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าความรู้สึกทางออนไลน์ และตระหนักถึงความขอบคุณที่มีต่อแฟนๆ ผู้ล้ำค่าอย่างสุดซึ้ง
‘DARK BLOOD’ เป็นอัลบั้มที่บรรจุความปรารถนาของ ENHYPEN ที่อยากจะเชื่อมต่อกับแฟนๆ ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ซีรีส์ ‘BLOOD’ ชุดที่ 4 ที่นำเสนอต่อจากซีรีส์ ‘BORDER’, ‘DIMENSION’ และ ‘MANIFESTO’ ได้นำเอา ‘เลือด (BLOOD)’ มาเป็นสื่อกลางในการสร้างเรื่องราวราวกับแฟนตาซีภายใต้สมมติฐานที่ว่า ‘หากเราต่างลืมเลือนกันและกัน’ เลือดที่เชื่อมโยงเด็กหนุ่มและเธอเข้าด้วยกัน คือโชคชะตาและสิ่งที่ทำให้ฉันมีตัวตน ซึ่งเป็นเครื่องหมายพิสูจน์ความสัมพันธ์แห่งโชคชะตาของเรา
“กัดฉันสิ (Bite me)” เด็กหนุ่มที่ยอมสละลำคอของตนเพื่อให้ได้พลังมาปกป้องเธอ เด็กหนุ่มที่กลายเป็นตัวตนอันเป็นนิรันดร์ตกอยู่ในความโอหัง โดยคิดว่าพลังนี้เกิดมาจากตัวเขาเอง เด็กหนุ่มที่ได้รับโทษให้ลืมเลือนกันและกันเพราะมัวแต่ยุ่งกับการวิ่งไปข้างหน้า จึงตกอยู่ในความเหงาที่แสนสาหัส จนกระทั่งเขาได้พบกับเครื่องหมายแห่งโชคชะตาที่สลักอยู่บนลำคอ ทำให้เขากลับมาตระหนักถึงการมีอยู่ของเธอ และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อเธอผู้เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมที่เชื่อมโยงกันด้วยเลือด
การผสานรวมระหว่าง K-pop และ Story IP... ENHYPEN ‘K-pop Roadmap’ ที่นำเสนอความบันเทิงยุคถัดไป!
#ความโอหัง #คำสาป #โชคชะตา… ‘DARK BLOOD’ ที่สืบทอดเส้นเรื่องจากเว็บตูนและเว็บโนเวล ‘DARK MOON: The Blood Altar’
‘DARK BLOOD’ มีเส้นเรื่องที่เชื่อมโยงกับ ‘DARK MOON: The Blood Altar’ ซึ่งเป็นเรื่องราวออริจินัลจาก HYBE ที่ร่วมมือกับ ENHYPEN รวมถึงเชื่อมโยงกับเรื่องราวในอัลบั้ม โดย ‘DARK MOON: The Blood Altar’ เป็นแนว Urban Fantasy High Teen Romance ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักและการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างเด็กหนุ่มแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าที่มีเด็กสาวคนหนึ่งเป็นศูนย์กลาง และเป็นมหากาพย์เรื่องราวของเด็กสาวกับเด็กหนุ่มแวมไพร์ทั้งเจ็ดคนที่ถูกผูกมัดไว้ด้วยโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ ทั้ง ‘DARK BLOOD’ และ ‘DARK MOON: The Blood Altar’ ต่างบอกเล่าเรื่องราวของความโอหัง คำสาป และโชคชะตา โดยมีจุดร่วมคือการกระทำที่เรียกว่า ‘การกัด’ (Bite me) ENHYPEN ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเขาผ่านเรื่องราวเหล่านี้เพื่อสื่อถึงความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อแฟนๆ หลังจากช่วงแพนเดมิก และนำเสนอพาราดามใหม่ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง K-pop และ Story IP พวกเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ดนตรี แต่ยังเชื่อมโยงอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันเพื่อนำเสนอเส้นทางใหม่ของ Next Entertainment และมุ่งหวังที่จะสร้างหลักไมล์ใหม่ในฐานะ ‘K-pop Roadmap’
“กัดฉันอีกครั้งเถอะ” เพลงไตเติ้ล ‘Bite Me’ ที่ตระหนักถึงโชคชะตาซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยเลือด
โชว์แฟนตาซีโดย ENHYPEN… จุดสูงสุดของความเซ็กซี่แบบดาร์กที่น่าหลงใหล! เพลงไตเติ้ล ‘Bite Me’ เป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่ได้กลับมาพบกับคู่แท้ตามโชคชะตาที่เคยลืมเลือนไป และตระหนักว่าเธอกับเขาคือโชคชะตาที่เชื่อมกันด้วยเลือด จึงปรารถนาให้เธอช่วยกัดเขาอีกครั้งเพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยัน เนื้อเพลงที่ตรงไปตรงมาอย่าง “Just come kiss me and bite me”, “남겨줘 on my neck” (ทิ้งไว้บนคอของฉัน), “네 거란 증거” (หลักฐานว่าเป็นของเธอ) สื่อถึงความรู้สึกของเด็กหนุ่มได้อย่างรุนแรง ENHYPEN นำเสนออารมณ์ที่แตกต่างจากเพลงก่อนๆ ผ่าน ‘Bite Me’ ซึ่งเป็นแนวเพลงป๊อปที่มีความมินิมอลและติดหู เสริมด้วยเสียงร้องที่น่าหลงใหลของ ENHYPEN ทำให้ได้ซาวด์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จุดเด่นด้านวิชวลที่ดาร์กและน่าหลงใหลภายใต้คอนเซปต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ENHYPEN ได้ถูกหลอมรวมเข้ากับการแสดงของ ‘Bite Me’ ด้วย การแสดง ‘Bite Me’ ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มที่โหยหาเลือดผ่านการเต้นเพื่อให้เสน่ห์แบบดาร์กเซ็กซี่โดดเด่นขึ้นมา โดยมีการจัดองค์ประกอบท่าเต้นที่สมบูรณ์แบบราวกับกำลังชมผลงานแฟนตาซีที่ถูกวางแผนมาอย่างดี สมาชิก NI-KI ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ท่าเต้นโดยตรง และปลดปล่อยความสามารถด้านการแสดง ทำให้เกิดท่าเต้นที่มีสีสันของ ENHYPENเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยใช้แรงบันดาลใจจากชื่อเพลง ‘Bite Me’ นำการกระทำที่ชวนให้นึกถึงการถูกกัดที่คอมาเป็นองค์ประกอบหลักของการแสดง จุดสำคัญคือ ‘Bite Me Dance’ ที่ใช้การแตะคอสองครั้งด้วยนิ้วแล้วทำท่าเหมือนถูกกัด และ ‘Come here Dance’ ที่ตบมือแล้วยื่นมือออกมาพร้อมขยับนิ้วเรียกให้มาหา ซึ่งสื่อถึงนัยว่า “ช่วยกัดฉันที” ในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่มีความฮิป
มิวสิกวิดีโอเพลงไตเติ้ล ‘Bite Me’ มอบความพึงพอใจทางสายตาในระดับสูงด้วยงานภาพที่เปี่ยมด้วยรสนิยมและการเต้นที่พร้อมเพรียงและเฉียบคม มีจุดเด่นที่การผสมผสานบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ของรูปแบบคลาสสิกเข้ากับความรู้สึกสมัยใหม่ เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ทั้งคลาสสิกและทันสมัยของ ENHYPEN ไปพร้อมๆ กัน ชุดที่หรูหราประดับมุกอย่างประณีตที่ชวนให้นึกถึงงานโอต กูตูร์ (Haute Couture) โดยช่างฝีมือ ตัดกับชุดสูทสีดำที่ดูสะอาดตาและทันสมัย สร้างเสน่ห์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ รูปลักษณ์และการแสดงที่สร้างแรงดึงดูดอย่างรุนแรง รวมถึงออร่าที่ไม่อาจซ่อนได้ของ ENHYPEN ที่กลับมาพร้อมความเติบโตขึ้น เป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้ผู้ชมจมดิ่งไปกับมิวสิกวิดีโอ โดยเฉพาะมิวสิกวิดีโอในครั้งนี้ถูกผลิตขึ้นโดยเน้นการนำเสนอความสวยงามของภาพด้วยสเกลที่ยกระดับขึ้นกว่าเดิม
มิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทำในประเทศโปแลนด์ทั้งหมดนี้ ได้ผู้กำกับซงมินกยู ผู้ซึ่งได้รับความสนใจในวงการโฆษณาด้วยวิชวลที่เข้มข้นและวิธีการเล่าเรื่องในแบบฉบับของตัวเองมาเป็นผู้ผลิต โดยใช้ปราสาทที่ชวนให้นึกถึงวิหารโบราณและโดมที่ลึกลับเป็นฉากหลัก พร้อมทั้งถ่ายทอดธรรมชาติอันกว้างใหญ่ มอบความเพลิดเพลินในการรับชมด้วยสเกลที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจ เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบกับธีมเฉพาะของแต่ละเพลง! ‘DARK BLOOD’ จะถูกจดจำในฐานะอัลบั้มแห่งโชคชะตาสำหรับผู้ฟัง ด้วยดนตรีที่มีความสมบูรณ์แบบและติดหู
‘DARK BLOOD’ ประกอบด้วยเพลงทั้งหมด 6 เพลง ซึ่งแต่ละเพลงมีธีมเฉพาะตัว โดยอ้างอิงจากเรื่องราวความโอหัง คำสาป การตระหนักรู้ และการเสียสละของเด็กหนุ่มที่ลืมเลือนเธอ เริ่มตั้งแต่แทร็กแรก ‘Fate’ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ตระหนักและตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาของตนเองอย่างดราม่า, เพลงโปรโมท ‘Bite Me’ ที่ปรารถนาจะพบกับคู่แท้แห่งโชคชะตาอีกครั้งเพื่อทิ้งร่องรอยไว้ใหม่, ‘Sacrifice (Eat Me Up)’ ที่เสียใจกับการลืมเลือนและเตรียมใจที่จะเสียสละ, ‘Chaconne’ ที่ลุ่มหลงในการเต้นเพียงลำพังด้วยความโอหังจนตกต่ำลง, ‘Bills’ ที่ร้องถึงความเจ็บปวดจากการจากลาเนื่องจากความรักที่สูญเสียไป และปิดท้ายด้วยแทร็กสุดท้าย ‘Karma’ ที่ย้ำเตือนว่าอย่าลืมว่าเราคือโชคชะตาที่เชื่อมโยงกันด้วยเลือดมาตั้งแต่ชาติปางก่อน แต่ละเพลงเชื่อมโยงกับเรื่องราวของเด็กหนุ่มอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ฟังเข้าถึงข้อความที่แฝงอยู่ใน ‘DARK BLOOD’ ได้มากยิ่งขึ้น
‘DARK BLOOD’ เป็นการผสมผสานเพลงหลากหลายแนวและบรรยากาศ ทั้งความยิ่งใหญ่ ความดาร์กที่ทันสมัย และความฟังกี้ เมื่อเส้นเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของ ENHYPEN รวมเข้ากับเพลงที่ติดหู จึงเกิดเป็นอัลบั้มที่มีคอนเซปต์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร คาดว่า ‘DARK BLOOD’ ที่เต็มไปด้วยดนตรีคุณภาพสูง จะเข้าถึงผู้ฟังจำนวนมากในฐานะอัลบั้มแห่งโชคชะตา