- MONSTA X ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ‘FATAL LOVE’
- ระทึกขวัญไปกับ MONSTA X ผู้ไล่ล่า 'ความรักที่อันตราย'... 'Love Killa'
- Scene Stealer แห่งวงการ K-pop ระดับโลก... ช่วงเวลาที่เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงที่มีเหตุผล และการเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
MONSTA X มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงและเติบโตอีกครั้งด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 'FATAL LOVE' หลังจากพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังระดับโลกที่แข็งแกร่งในตลาดดนตรีโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น พวกเขานำเสนอผลงานเพลงและการแสดงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยการทำงานเป็นทีมที่แน่นแฟ้นและการทดลองที่แปลกใหม่
'FATAL LOVE' ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความตื่นเต้นราวกับกำลังชมภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ หากอัลบั้มก่อนๆ เน้นไปที่คีย์เวิร์ดของการเข้าอกเข้าใจและการปลอบประโลม อัลบั้มนี้จะขับขานถึงการยั่วยวนที่อันตรายของชายหนุ่มที่แทรกซึมเข้ามาอย่างลับๆ พร้อมด้วยการดำเนินเรื่องที่ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์ระทึกขวัญซึ่งดึงดูดสายตาได้อย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ จุดที่น่าสังเกตคือการเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงของเสียงและการแสดง
หากการแสดงที่ทรงพลังและเฉียบคมเคยเป็นซิกเนเจอร์ที่เป็นตัวแทนของ MONSTA X ในครั้งนี้พวกเขาได้นำเสนอความรู้สึกที่น่าหลงใหลด้วยความผ่อนคลายที่เจาะลึกถึงแก่นแท้โดยการลดการใช้แรงลง การรักษาเอกลักษณ์ของทีมไว้ในขณะที่นำเสนอสไตล์ใหม่ๆ อย่างท้าทายนั้นเพียงพอที่จะสร้างไฮไลท์ให้กับอัลบั้มนี้
'Love Killa' ทั้ง 6 คนที่โหดร้ายและงดงาม... เสน่ห์ที่ไม่อาจต้านทานได้ของ 'ความรักที่อันตราย'
เพลงโปรโมท 'Love Killa' เป็นเพลงที่สามารถสัมผัสได้ถึงความดุดันแบบเดิมและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ได้ในเวลาเดียวกัน และเป็นแทร็กที่เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตที่มีเหตุผลของ MONSTA X โดยเนื้อเพลงบอกเล่าถึงการยั่วยวนของความรักที่อยากจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อคว้ามาให้ได้ และให้ความรู้สึกแบบภาพยนตร์ที่กระตุ้นจินตนาการทั้งทางสายตาและเสียง นอกจากนี้ การผสมผสานระหว่างเสียงที่ดาร์กและท่วงทำนองที่เต็มไปด้วยอารมณ์ได้อย่างลงตัวก็น่าประทับใจ เพลงนี้แต่งและโปรดิวซ์โดย Willy Wicks และ Brother Su ซึ่งเคยร่วมงานในเพลงโปรโมทของ MONSTA X มาแล้วหลายครั้ง ส่วนเนื้อเพลงเขียนโดย Seo Ji-eum, Jooheon และ I.M ซึ่งอารมณ์ที่หลากหลายในการไล่ล่าความรักที่อันตรายจะผสมผสานกันอย่างประหลาดและมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ฟัง
ในมิวสิกวิดีโอ สมาชิกทั้ง 6 ปรากฏตัวในฐานะ 'Love Killa' ที่โหดร้ายและงดงามซึ่งดึงดูดสายตาเป็นอย่างมาก โดยนำตัวละครนักฆ่าในภาพยนตร์มาตีความใหม่ผ่านมิซองเซน (Mise-en-scène) ในแบบฉบับของ MONSTA X และใช้การตัดกันของสี เช่น ดำ & แดง, ดำ & ขาว เพื่อสื่อถึงภาพของแสงสว่างและความมืด รวมถึงการจัดองค์ประกอบที่ซ่อนอารมณ์และเผยออกมาอย่างลับๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงด้านต่างๆ ของความรัก เช่น การเสพติด ความรักความเกลียด และการนอกลู่นอกทาง
MONSTA X ซึ่งมีส่วนร่วมในอัลบั้มสูงมาโดยตลอด ในครั้งนี้ก็ได้มีชื่ออยู่ในทีมเขียนเนื้อร้องและแต่งทำนองในหลายๆ เพลง Jooheon ที่เพิ่งปล่อยมิกซ์เทป 'PSYCHE' ได้ใส่เพลงที่แต่งเองอย่าง 'BEASTMODE' และ 'Daedong-dangyeol' ลงไป ส่วน I.M ก็ได้ใส่เพลง 'NIGHT VIEW' ที่สร้างสรรค์ขึ้นเองเช่นกัน ด้าน Hyungwon ที่ทำกิจกรรมในชื่อ DJ H.ONE ได้โชว์ความสามารถในฐานะโปรดิวเซอร์ด้วยเพลง 'NOBODY ELSE' ซึ่งเป็นเพลงแรกที่เขามีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อร้อง แต่งทำนอง และโปรดิวซ์ตั้งแต่เดบิวต์ เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนได้ขยายขอบเขตของตนเองผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อัลบั้มนี้จึงคาดว่าจะเป็นโอกาสที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางดนตรีของ MONSTA X อย่างชัดเจน
อัลบั้มที่อัดแน่นด้วย 10 บทเพลงนี้เต็มไปด้วยเสียงที่มีสเกลยิ่งใหญ่ เพลง 'Thirst' ในแนวลาติน/ป๊อปที่เซ็กซี่และเต้นตามได้ ถ่ายทอดอารมณ์ที่ขึ้นลงให้ผู้ฟังได้เพลิดเพลิน ส่วนเพลง 'Thriller' ซึ่งเป็นแกนหลักของธีมอัลบั้ม ให้ความรู้สึกล้ำสมัยด้วยการจัดองค์ประกอบแบบออร์เคสตราและเสียงแบบฟิวเจอร์ ในขณะเดียวกัน ก็มีการใส่เพลง 'Guess Who' ที่ผสมผสานบรรยากาศมืดมนและอ่อนไหวได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยเพลงแนว Easy Listening ที่ฟังง่ายอย่าง 'Last Carnival' และ 'Sorry I’m Not Sorry' เพื่อให้ผู้ฟังได้รับอารมณ์ที่หลากหลาย
MONSTA X ผู้ท้าทายในทุกช่วงเวลา ตั้งใจจะพิสูจน์การตีความซิกเนเจอร์ใหม่ การขยายสไตล์ และภาพลักษณ์ของศิลปินที่เติบโตขึ้นอีกขั้นผ่านอัลบั้มนี้ เรื่องราวที่สะสมมาตลอด 6 ปีจะมอบความตื่นเต้นเร้าใจราวกับกำลังคลี่คลายปริศนาลึกลับ