공원소녀(Girls in the Park) 5TH MINI ALBUM
‘THE OTHER SIDE OF THE MOON'
Girls in the Park ผู้ซึ่งได้รับความรักจากแฟนๆ มากมายด้วยโลกทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์และดนตรีที่มีคุณภาพสูง กลับมาปล่อย 5TH MINI ALBUM ‘THE OTHER SIDE OF THE MOON’ ในรอบ 1 ปี 2 เดือน หลังจากกิจกรรมเพลงโปรโมท ‘BAZOOKA!’ จากอัลบั้มที่ 4 'the Keys’ โดยในอัลบั้มนี้ เหล่าสมาชิกได้มีส่วนร่วมอย่างมากในการวางแผนและการผลิต ‘มิยะ’ สมาชิกที่เคยมีส่วนร่วมในอัลบั้ม 'the Keys’ ก็ได้เป็นผู้เขียนภาพหน้าปกและอาร์ตเวิร์กภายในอัลบั้มนี้เช่นกัน ขณะที่เมนโวคอล ‘ซอรยอง’ และ ‘เรนา’ ได้มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลงของเพลงในอัลบั้ม นอกจากนี้ ในเพลงโปรโมท ‘Like It Hot’ สมาชิกส่วนใหญ่ได้ร่วมกันเสนอไอเดียในการเขียนเนื้อเพลง และคำแนะนำเพลงรวมถึงคำแนะนำอัลบั้มก็เขียนโดยลีดเดอร์ ‘ซอรยอง’ ด้วยตัวเอง นอกเหนือจากนี้ ความคิดเห็นของสมาชิกยังถูกสะท้อนออกมาในหลายๆ ส่วนของอัลบั้มนี้ ซึ่งการที่สมาชิกผู้ซึ่งรู้จักโลกทัศน์ของ Girls in the Park ดีกว่าใครได้เสนอไอเดียและมีส่วนร่วมโดยตรง ทำให้คาดว่าอัลบั้มนี้จะมีความหมายมากยิ่งขึ้นสำหรับตัวสมาชิกเองและ ‘กรู’ แฟนคลับที่คอยอยู่เคียงข้าง หากอัลบั้มก่อนๆ ของ Girls in the Park คือการบอกเล่าเรื่องราวในแบบฉบับของพวกเขา ในอัลบั้มนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น หรือเรื่องราวของพวกเราที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกความเป็นจริง ผ่านตัวตนอีกด้านของ Girls in the Park และภาพลักษณ์ภายในจิตใจที่ได้เผชิญในโลกอีกฟากหนึ่งของดวงจันทร์ “The fairytale is over. The reality is not over yet.”
เทพนิยายจบลงแล้ว แต่ความเป็นจริงยังไม่จบลง “Maybe it was us.”
บางทีนั่นอาจจะเป็นพวกเราก็ได้
‘ด้านหลังของดวงจันทร์’ ที่กล่าวถึงในชื่ออัลบั้ม ‘THE OTHER SIDE OF THE MOON’ นั้น นอกจากจะหมายถึงส่วนหลังที่มืดมิดของดวงจันทร์แล้ว ยังมีความหมายอื่นแฝงอยู่ด้วย นั่นคือการแสดงถึงด้านที่ไม่สมบูรณ์ของดวงจันทร์ที่ไม่มีใครสนใจ เช่น ความโดดเดี่ยว บาดแผล และความเจ็บปวด ซึ่งตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ของดวงจันทร์ที่คอยปกป้องท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างมั่นคงเสมอมา เพลงในอัลบั้มนี้ใช้หัวข้อที่ไม่ธรรมดาอย่าง ‘ด้านหลังของดวงจันทร์’ เป็นคอนเซปต์หลัก โดยนำเอาอารมณ์ภายในของ ‘ฉัน’ ที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ และตัวตนของ ‘ฉัน’ ที่มีอยู่มากมายภายในใจ มาถ่ายทอดเป็นดนตรีผ่านสไตล์และเรื่องราวที่หลากหลาย เพลงโปรโมท ‘Like It Hot’ จากมินิอัลบั้มชุดที่ 5 ของ Girls in the Park เป็นเพลงที่ผสมผสานบีทที่สนุกสนานเข้ากับเนื้อเพลงและทำนองที่มีความฝันอันเป็นเอกลักษณ์ของดนตรีแบบ Girls in the Park ได้อย่างลงตัว เป็นเพลงแดนซ์ที่มีเสน่ห์ตรงที่บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันจากบีทที่เรียบง่ายในตอนแรกกลายเป็นเฮาส์บีทในช่วงฮุค นอกจากนี้ยังมีเพลงทั้งหมด 6 เพลง ได้แก่ เริ่มต้นด้วย ‘Burn’ เพลง Intro แนว Future Bass ที่มีความหมายว่า ‘จะเผาตัวตนในอดีตให้หมดสิ้น และเกิดใหม่เป็นคนใหม่’, ‘I Can’t Breathe’ เพลงแดนซ์ที่มีจังหวะซึ่งน่าประทับใจด้วยบรรยากาศชวนฝันที่แตกต่างจากดนตรีเดิมของ Girls in the Park อย่างชัดเจน และมีความรู้สึกแบบ Unisex ที่ไม่ค่อยพบได้บ่อยในเกิร์ลกรุ๊ป, ‘e i e i o’ เพลงป๊อปแดนซ์ที่มีความรู้สึกแปลกใหม่ โดดเด่นด้วยไลน์เบสที่ฟังกี้และเนื้อเพลงที่เน้นความขบขัน, ‘Starry Night’ เพลงแนว R&B Trap ที่เน้นเสียงร้องของสมาชิก โดยถ่ายทอดหัวข้อ ‘ความโดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชน’ ที่ผู้คนในปัจจุบันจำนวนมากกำลังเผชิญผ่านอารมณ์ในแบบฉบับของ Girls in the Park และปิดท้ายด้วย ‘I sing (lalala)’ เพลงจังหวะปานกลางสไตล์ R&B ที่น่าประทับใจด้วยเนื้อเพลงที่แสดงออกอย่างซื่อตรงและตรงไปตรงมา
เริ่มต้นด้วยเพลง Intro ซึ่งไม่เคยมีในอัลบั้มก่อนๆ และเป็นอัลบั้มที่ทุ่มเทอย่างมากเพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วยการทดลองสไตล์ทางดนตรีแบบใหม่ ดังนั้น ผ่านอัลบั้มนี้ ผู้ฟังจะได้พบกับความสามารถทางดนตรีและการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของ GWSN ที่สามารถถ่ายทอดเสน่ห์ในสีสันที่แตกต่างจากเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพลงที่บรรจุอยู่ในอัลบั้มนี้มีเนื้อเพลงที่ให้ความรู้สึกเหมือนการพูดคุย โดยมีการกล่าวถึงบุคคลที่เรียกว่า 'เธอ' อยู่ตลอดเวลา ซึ่ง 'เธอ' ในที่นี้หมายถึงตัวผู้ร้องเอง และในขณะเดียวกันก็หมายถึงผู้ที่กำลังฟังเพลงอยู่ด้วย GWSN ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเขาผ่านดนตรีภายใต้โลกทัศน์ที่โดดเด่น เพื่อส่งต่อข้อความแห่งการปลอบประโลมและความหวังทางอ้อมมาโดยตลอด ในอัลบั้มนี้ได้นำหัวข้อที่แปลกใหม่คือ 'ด้านหลังของดวงจันทร์' มาใช้ เพื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ 'ตัวฉันอีกคน ที่ได้พบในโลกอื่นที่ไม่เคยไปถึง' โดยถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ของ GWSN และอารมณ์ภายในใจที่ไม่ได้แสดงให้เห็นมาก่อนออกมาเป็นดนตรีอย่างสมจริงยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจและส่งข้อความปลอบประโลมโดยตรงไปยังผู้ฟัง เนื่องจากอัลบั้มนี้บรรจุเรื่องราวของ 'ตัวฉันอีกคนในโลกอื่น' ซึ่งไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ GWSN เคยแสดงให้เห็นมา จึงมีการทดลองเปลี่ยนแปลงในส่วนของดนตรีมากมาย ทำให้เกิดความรู้สึกที่โดดเด่นและแตกต่างจากเดิม น่าติดตามว่าสเปกตรัมทางดนตรีของ GWSN ที่กว้างขึ้นจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน และจะแสดงสีสันที่หลากหลายอย่างไรต่อไป Credit
PRODUCER SWIN LEE
RECORDING ENGINEER SWIN LEE
MIXING ENGINEER SWIN LEE @ EGO + T , Lee Tae-seop @ JYPE Studios , Dale Askew @ Audiofreaks, COUP D'ETAT @ HANNAMGANG
MASTERING ENGINEER Kwon Nam-woo @812 Sound Mastering
1. Burn
Lyrics by SWIN LEE, Ruddie Miller
Composed by SWIN LEE, Oneul
Arranged by Oneul, SWIN LEE
เพลงที่บรรจุเสียงตะโกนในใจถึงตัวเองว่า จากนี้ไปแทนที่จะปรับตัวให้เข้ากับโลกหรือสายตาของคนอื่น ให้ปล่อยให้ฉันเป็นตัวของตัวเอง และเป็นฉันในแบบที่ฉันเป็น เกี่ยวกับอัตลักษณ์ของฉันที่ใครๆ ก็คงเคยต้องกังวลสักครั้ง ระหว่างตัวฉันที่ถูกกดทับและตัดแต่งให้เข้ากับโลกหรือสายตาของผู้อื่น กับตัวฉันที่เป็นธรรมชาติซึ่งอาจจะดูหยาบและไม่สมบูรณ์แบบ จนในที่สุดก็ได้ตระหนักว่าคนที่ทำให้ฉันทุกข์ใจก็คือตัวฉันเอง
2. I Can’t Breathe
Lyrics by Seo-ryung, Lena, SWIN LEE
Composed by SWIN LEE, Oneul
Arranged by Oneul, SWIN LEE
ทุกคนคงเคยมีประสบการณ์ความขัดแย้งที่เกิดจากอารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ ซึ่งแม้จะพยายามเพิกเฉยหรือควบคุมด้วยเหตุผลในการใช้ชีวิต แต่ก็ยังถูกดึงดูดไปโดยไม่รู้ตัว เพลงนี้ถ่ายทอดอารมณ์เหล่านั้นผ่านภาพลักษณ์ของความสับสนระหว่าง 'ตัวฉันในความเป็นจริง' และ 'ตัวฉันอีกคนภายในใจ' โดยใช้ 'กระจก' เป็นสื่อกลางในการแสดงความขัดแย้งระหว่าง 'ตัวฉันในความเป็นจริง' และ 'ตัวฉันในกระจก' ซึ่งเป็นการทำให้การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ที่อาจจะดูเป็นนามธรรมกลายเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและสมจริงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บรรยากาศและเอฟเฟกต์ที่เหมือนกับการเปลี่ยนฉากระหว่างช่วงของเพลง ยังทำให้นึกถึง 'Jekyll and Hyde' ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังชมละครเพลงเรื่องหนึ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเพลงเป็นอย่างมาก
3. Like It Hot
Lyrics by ZNEE, SWIN LEE
Composed by Ryan Jhun, Scott Russell Stoddart, Betsa Collins
Arranged by Ryan Jhun, Scott Russell
แม้แต่ดวงจันทร์ที่ส่องแสงระยิบระยับและเจิดจรัสอยู่เสมอ ก็ยังมีด้านหลังเช่นกัน
และเป็นเพลงที่ถ่ายทอดข้อความถึง ‘ดวงจันทร์’ ผู้ที่พยายามแสดงออกแต่ด้านที่สดใสและซ่อนด้านมืดเอาไว้ว่า ‘ฉันสามารถโอบกอดและรักได้แม้กระทั่งด้านหลังที่ซ่อนอยู่ซึ่งไม่สมบูรณ์แบบและมีเงาของเธอ ฉันอยากจะแบ่งปันทุกสิ่งที่เธอรู้เพียงคนเดียวและต้องทนทุกข์เพียงลำพัง และอยากจะอยู่ร่วมกับเธอในฐานะ ‘เรา’ ดังนั้น โปรดบอกให้ฉันได้รู้ถึงด้านหลังของเธอเถิด’ โดยใช้คำว่า ‘Like It Hot’ เพื่อสื่อถึงการสารภาพรัก
4. e i e i o
Lyrics by Seoro, SWIN LEE
Composed by SWIN LEE, 오늘
Arranged by 오늘, SWIN LEE
เป็นเพลงที่นำคำว่า ‘eieio’ จากเพลงเด็กของอเมริกา ‘Old MacDonald Had A Farm’ มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์เนื้อเพลงที่ติดหูและท่วงทำนองที่ร่าเริง มีเสน่ห์ด้วยความตลกขบขันเล็กน้อยและความรู้สึกที่เด้งดึ๋งแบบสี่มิติราวกับอยู่ในโลกการ์ตูน ท่อน ‘eieio’ ที่ซ้ำไปมาในส่วนคอรัสประกอบด้วยการออกเสียงที่เรียบง่าย ทำให้ใครๆ ก็ร้องตามได้ง่ายและเหมาะสำหรับการฮัมเพลง บางทีหลังจากฟังเพลงนี้ คุณอาจจะกำลังฮัมเพลงโดยไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้ ‘eieiooooooo...’
5. Starry Night
Lyrics by 서령, 레나, SWIN LEE
Composed by SWIN LEE
Arranged by SWIN LEE
เพลงนี้ถ่ายทอดความรู้สึกของผู้คนที่ต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวภายในจิตใจ แม้จะใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายในสังคม โดยเปรียบเปรยผ่านท้องฟ้าและดวงดาวในยามค่ำคืน เปรียบความรู้สึกของ ‘ฉัน’ ที่ยิ่งรู้สึกเหงามากขึ้นเพราะแสงสว่างเหล่านั้น ทั้งที่ปะปนอยู่ท่ามกลางดวงดาวนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ในขณะเดียวกันก็เป็นเพลงที่ส่งข้อความปลอบประโลมไปยังดวงดาวดวงอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังทนทุกข์อยู่ในความมืดมิด ด้วยเนื้อหาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังว่า สักวันหนึ่งจะได้พบกับใครบางคนที่จะมาช่วยคลายความเหงาและความอึดอัดนี้ หรือจะมาช่วยกันอดทนผ่านพ้นท้องฟ้าที่มืดมิดนี้ไปด้วยกัน
6. I Sing (lalala)
Lyrics by 노디시카(Nody Cika) (JMG), SWIN LEE, 레나
Composed by Klozer, 노디시카(Nody Cika) (JMG)
Arranged by Klozer
‘ใครๆ ก็เคยมีช่วงเวลาแบบนั้น ทุกคนต่างก็มีความรู้สึกแบบนั้น’
เป็นเพลงที่ถ่ายทอดความทุกข์ที่ต้องทนเผชิญเพียงลำพังโดยไม่ได้บอกใคร ผ่านเนื้อเพลงที่เหมือนกับการฮัมเพลงเบาๆ ขณะหวนนึกถึงอดีต การใช้คำที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา ราวกับว่ากำลังระบายให้ใครบางคนฟัง ทำให้ผู้ฟังสามารถจมดิ่งไปกับอารมณ์ของเพลงได้ดียิ่งขึ้น จุดที่พิเศษคือมีการใช้เนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่นในท่อนแร็ปซึ่งหาได้ยาก แต่กลับให้ความรู้สึกที่โดดเด่นโดยไม่มีความขัดเขิน เพลงนี้ส่งต่อความเห็นอกเห็นใจและการปลอบประโลมผ่านข้อความทางอ้อมถึงทุกคนที่ต้องใช้ชีวิตราวกับฝืนทน โดยต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ในทันทีท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับโอบกอดบาดแผลที่ยังไม่หายดีและจิตใจที่ยังไม่ได้เติบโต ว่า ‘ใครๆ ก็มีช่วงเวลาแบบนั้น และทุกคนต่างก็มีความเจ็บปวดและบาดแผลแบบนั้นอยู่ในใจ’